เกาะแกร์เมืองเก่าสุดดินแดนเสียมเรียบ

ในภาษากัมพูชานั้นเรียกว่า “เกาะเก้” แปลว่าเกาะมรดกหรือเกาะสมบัติ แม้ถนนหนทางในการเข้าไปเข้าเยี่ยมนั้นถนนอาจจะไม่ค่อยดีและดูอาจจะทุรกันดารไปสักนิด วึ่งการไปท่องเที่ยวที่เกาะแกร์นั้นอาจจะต้องใช้เวลาไปอาจจะเกือบทั้งวันแล้วใครจะไปเชื่อล่ะว่า ในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองขนาดใหญ่ ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ได้สร้างเกาะแกร์เพื่อขึ้นเป็นเมืองหลวง แต่เมื่อพระเจ้าหรรษาวรมันที่ 2 ซึ่งเป็นพระโอรสของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 เมื่อได้ทรงขึ้นครองราชย์ก็ได้ย้ายเมืองไปยังกลับไปตั้งที่พระนครเดิม ซึ่งหลังจากนั้นถึงทิ้งร้างไปเป็นหลายร้อยปี ต่สำหรัยบปราสามที่ควรเข้าชมในกลุ่มปราสาทเกาะแกร์มีหลากหลายที่ได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ. 1992 ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมนั้น  จะเป็นช่วงเวลาเช้าถึงช่วงสาย ระยะเวลาในการเข้าชมโดยรอบ         1-2 ชั่วโมง ค่าเข้าชม US$10/คน การเดินทาง    จากเสียบเรียบนั้นใข้เส้นทางเดียวกับปราสาทบึงมีเลีย  แต่ต้องเดินทางต่อไปอีก 50 กิโลเมตรค่ะ สามารถเดินทางด้วยรถตู้หรือรถประจำทางค่ะ เมื่อเข้าชม 5 ปราสาทเด่นของเกาะแกร์ เริ่มคุณเริ่มต้นเข้าไปเที่ยวชมปราสาทที่อยู่บริเวณเกาะแกร์วึ่งช่วงเช้าควรเริ่มต้นบริเวณปราสาทกรอฮอมและปราสาทธม และในช่วงบ่ายนั่งรถต่อไปเที่ยวชมปราสาทลึงค์ ปราสาทคะเมา ละปราสาทปรำเป็นอันดับสุดท้าย แต่ถ้าหากยังพอมีเวลาเหลือในช่วงขากลับคุณยังสามารถเที่ยวปราสาทบึงมีเลีบได้อีกด้วย ซึ่งห่างจากเกาะแกร์ราวๆ 50 กิโลเมตรเท่านั้นเอง เอาล่ะคะเรามาพูดถึงทัวร์ภายในเกาะแกร์กันซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะสนใจเข้าชม ปราสาทกรอฮอม และปราสาทธมเป็นสถานที่แรกๆ ซึ่งเป็นปราสาทไฮไลท์ในการเข้าชมเกาะแกร์ ซึ่งแม้ในปราสาทกรอฮอมนั้นจะพังทลายละถูกทำลายไปตามกาลเวลาก็ตามเป็นยังคงเป็นปราสาทที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อนบูชาพระศิวะที่อยู่ในปรางค์ และจะพบกับฐานโยนีอยู่ด้านใน แต่ไม่มีศิวลิงค์ตั้งอยู่ค่ะ และเมื่อชื่นชมกับปราสาทกรอฮอมแล้วเดินเข้าไปด้วยใน ปราสาทธมที่มีรูปร่างเป็นทรงปิรามิดที่มีชั้นบันได้ตั้งอยู่กลางลานกว้าง และมีปราสาทล้อมรอบอยู่ทั้งหมด 7 ชั้นและมีความสูงประมาณ 35 เมตร […]

เก็บกระเป๋าไปเวียดนามกันเถอะ

ใครๆ เค้าก็ชอบไปเที่ยวเกาหลีแดนกิมจิ เที่ยวญี่ปุ่นแดนอาทิตย์อุทัยกันเป็นแถวๆ เราขอชวนเพื่อนนักเดินทางไปสู่เวียดนาม เพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงกันกับเมืองไทยของเรา ก่อนที่เราจะเริ่มวางแผนการเดินทางนั้น ควรที่จะเริ่มวางแผนการเดินทางเสียแต่เนิ่นๆ เพราะการเดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่หลายคนต้องศึกษาเอาไว้ก่อนจะดีที่สุด ทางรถยนต์            สำหรับคนที่ชอบการเดินทางแบบผจญภัยด้วยตัวเองโดยที่ไม่ชอบการเดินทางทางเครื่องบิน เราขอเสนอให้คุณใช้บริการนั่งรถบัสประจำทางจากกรุงเทพฯ (หรือจังหวัดอื่นๆ) ไปลงที่จังหวัดหนองคาย จากนั้นมีรถประจำทางข้ามจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว และเดินทางไปสู่นครเวียงจันทร์ ซึ่งบริเวณหน้าไชยสมบูรณ์การท่องเที่ยว และบริการเกสต์เฮ้าส์ที่จะตั้งอยู่ตรงข้ามกับกรมป่าไม้ของทางลาว เพราะจะมีรถประจำทางปรับอากาศที่จะเดินทางไปยังกรุงฮานอยของประเทศเวียดนาม ใช้เวลาประมาณประมาณ 1 วันเต็มๆ เลยทีเดียวแต่จะมีเที่ยวเดียวเท่านั้นเวลาประมาณ 6 โมงเย็น เรียกว่า เป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างที่จะมาราธอน และเรียกว่ามีทิวทัศน์อันสวยงามของสองข้างทางที่สามารถทำให้คุณหายเหนื่อยได้เลยทีเดียว: ไชยสมบูรณ์การท่องเที่ยวและเกสเฮ้าส์ สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์ ได้ทั้งสองประเทศทั้งประเทศลาว (+856-21) 212-32, 252-929 ประเทศไทย 081-574-2230 ทางรถไฟ                                ถ้าจะเริ่มต้นจากสถานีรถไฟหัวลำโพงนั่งไปลงที่สถานีรถไฟจังหวัดหนองคายซึ่งจะสิ้นสุดที่สถานีท่านาแล้ง แต่จะต้องต่อรถรับจ้างหน้าสถานีข้ามไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว และไปยังนครเวียงจันทร์ซึ่งจะต้องไปต่อรถประจำทางที่หน้ากรมป่าไม้ขงลาวซึ่งจะเป็นไชยสมบูรณ์การท่องเที่ยวและเกสต์เฮ้าส์ จะมีรถประจำทางปรับอากาศเดินทางไปยังกรุงฮานอยวันละ 1 เที่ยวเท่านั้น การเดินทางทางรถไฟจากกรุงเทพไปถึงหนองคายใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง (ซึ่งบางครั้งอาจจะใช้เวลาเกินกว่านั้น)  สามารถสอบถามตารางการเดินรถไฟได้ที่ 1690 หรือ www.railway.co.th ทางเครื่องบิน         การเดินทางไปยังประเทศเวียดนามทางเครื่องบินนั้นเป็นการเดินทางที่ง่ายและประหยัดเวลาที่สุด สนามบินนานาชาติของทางเวียดนามนั้นเป็นให้บริการถึง 3 แห่งด้วยกันเช่น […]

เก็บกระเป๋าเที่ยวกัมพูชากันเถอะ

กัมพูชานั้นเป็นประเทศที่น่าค้นหาและดูลึกลับไม่ใช่น้อย เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนนับล้าน เมื่อได้ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเราเองที่อยู่ใกล้กัมพูชานั้นที่ห่างเพียงแค่ 420 กิโลเมตร แถมยังมีพรหมแดนติดอยู่กับ อำเภออรัญประเทศ ของประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งการเที่ยวทัวร์ประเทศกัมพูชามีแหล่งวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมาย เราได้จำแนกมาให้อ่านกันก่อนที่จะวางแผนเที่ยวกันด้วยค่ะ เพราะว่าถ้ามาเยือนกัมพูชาต้องห้ามพลาดสถานที่เหล่านี้เป็นอันขาด เพราะเมื่อเดินทางมาเที่ยวที่นี่แล้วก็ต้องเที่ยวให้ทั่วใช้ไหมล่ะคะ นครวัด ปราสาทนครวัดเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่สุดของกัมพูชา เพื่อศึกษาวัฒนธรรมของชาวขอมโบราณ เมื่อคุณก้าวเข้าสู่นครวัดก็เหมือนกำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนมหัศจรรย์อีกมิติหนึ่งเลยทีเดียว นครวัด ได้ถูกยกย่องให้เป็นสิ่งอัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกเลยทีเดียว ปราสาทบายัน นครธม ตามความเข้าใจของคนทั่วไปนั้นจะเข้าใจว่า นครธม เป็นชื่อของปราสาทแต่อันที่จริงแล้วมันเป็นชื่อของเมืองพระนครที่มีความยิ่งใหญ่ซึ่งมีปราสาทมากมายตั้งอยู่ในนครธมที่สร้างขึ้นเมื่อสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งกษัตริย์พระองค์นี้มีความนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานเป็นอย่างมากค่ะ หนึ่งในปราสาทที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมากคือ ปราสาทบายัน ซึ่งเป็นปราสาทที่มีพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรประดับอยู่บนยดพระปรางค์ถึง 54 ปรางค์ ซึ่งรวมทั้งสิ้น 216 ใบหน้า ปราสาทตาพรหม ปราสาทกลางใจเมืองที่สวยงาม จุดเด่นคือมีรากไม้ขนาดใหญ่อยู่เหนือปราสาทซึ่งสวยงามมากเหมือนกับทั้งปราสาทหินและต้นไม้ใหญ่เป็นหนึ่งเดียวกันเลยทีเดียว อีกทั้งด้วยรากไม้ใหญ่นี้ทำให้ปราสาทตาพรหมเป็นที่ลึกลับน่าค้นหาอีกด้วยค่ะ   ปราสาทพระขรรค์และปราสาทนาคพัน ปราสาททั้งสองแห่งนี้สร้างเมื่อช่วงพุทธศตวรรษที่ 18โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แม้จะสร้างโดยกษัตริย์พระองค์เดียวกันแต่ลักษณะและการสร้างนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ปราสาทพระขรรค์นั้นสร้างอยู่บริเวณดินแดนของขอมและจาม สร้างเพื่อถวายพระราชบิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 […]

กวางโจวเมืองประวัติศาสตร์กว่า 2,800 ปี

เมืองใหญ่ที่มีชื่อเรียกหลายชื่อไม่ว่าจะเป็น กวางโจ กว่างโจว และกวางเจา เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ที่ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำจูเจียงที่มีประวัติศาสตร์ที่มีความยาวนานถึง 2,800 ปีเป็นเมืองท่าที่สำคัญทั้งในอดีตไปจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว กวางโจวได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองแพะ” ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งมาแล้ว กวางโจวหรือกวางเจานั้นเป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียงที่ดังไปทั่วโลก มีการค้าขายกับประเทศผู้ค้าชั้นนำทั่วโลก มีชื่อเสียงด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญและการเที่ยวและเยี่ยมชมนั้นเป็นเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวขาลุยไม่ควรพลาดเลยทีเดียว   สวนสาธารณะเย่ว์ซิ่ว ภูมิทัศน์ที่งดงามและร่มรื่นของสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นในปีค.ศ.1952 สวนสาธารณะที่เป็นสวนเชิงทัศนียภาพที่ใหญ่ที่สุด มีเนื้อที่ถึง 9 เอเคอร์ ในสวนนั้นมีอนุสาวรีย์ห้าแพะ ที่เป็นสัญลักษณ์ของนครกวางเจา หินแกรนิตแกะสลัก 120 ก้อน ที่มีความสูง 11 เมตรที่มีความสวยงามอย่างยิ่งติด 1 ใน 8 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะถ่ายรูปและเดินชมสวนแห่งนี้ด้วย อนุสาวรีย์แห่งนี้สูงถึง 11 เมตรและตัวที่มหญ่ที่สุดนั้นคาบรวงข้าวถึง 6 รวง เพราะมีเรื่องเล่าเมื่อครั้นสมัยโบราณกวางโจวมีความลำบากแร้งแค้น เทวดาได้เกิดการเห็นใจ จึงส่งแพะห้าตัวส่งมาช่วย โดยการนำพืชต่างๆ มาปลูกในกวางเจา ต่อมากวางเจาจึงค่อยๆ อุดมสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ ชาวเมืองได้ซาบซึ้งและสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาถ่ายรูปที่นี่มาเป็นที่แรกก่อนที่จะไปเยือนที่อื่น พิพิธภัณฑ์ ดร. ซุนยัดเซ็น เมื่อมาถึงกวางเจาทั้งทีไม่ไปเยี่ยมเยือนบุคคลสำคัญของประเทศจีนก็คงเหมือนกับว่าคุณมาไม่ถึง ดร.ซุน ยัดเซ็น พิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง ดร. […]

กบาลสะเปียนประติมากรรมทางธรรมชาติ

การเดินเข้าไปผจญภัยกับธรรมชาติที่สวยงามอย่างกบาสะเบียน ที่เมื่อเดินเข้าไปคุณจะเจอกับสะพานหินที่ทอดข้ามผ่านกับสายลำธารเล็กๆ แต่ซึ่งภายในมีประติมากรรมที่ดผสมผสานกับลำธารอย่างกลมกลืนกับรูปสลักศิวลิงค์ที่สวยงามและรูปประติมากรรมของโยนีขนาดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมอีกด้วยซึ่งมีความยาวกว่า 1 กิโลเมตรค่ะ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อเมื่อสมัยพระเจ้าชัยวรมัยที 2 ซึ่งพระองค๋มประราชประสงค์ให้เป็นให้สรเงพิ้นที่ที่ประกอบพิธีพระราชพิเสกเสกน้ำเพื่อทำน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าเคารพ ชาวบ้านเชื่อว่าน้ำจากสถานที่นี้มีความศักดิ์สิทธ์ ซึ่งสามารถทำไปบูชา รักษาโรคจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกทั้งสามารถทำให้พืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์และมีผลผลิตมากขึ้น อีกทั้งลำธารแห่งนี้ต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาพนมกุเลนอีกด้วย ระยะเวลาในการเข้าชมควรใช้  เวลาในช่วงเช้าเพราะค่อนข้างไกลจากเสียมเรียบพอสมควร เส้นทางการเดินทาง              มุ่งทางออกจากตัวเมืองเสียงเรียบใช้เส้นทางปราสาทบันทายเสรีประมาณ 32 กิโลเมตรเมื่อถึงปราสาทบันทายเสรีเลี้ยวขวาไปอีก 12 กิโลเมตรจะถึงกลาบสะเปียนค่ะ ค่าเข้าชม 1 วันคิดค่าบริการ 20 US 3 วันคิดค่าบริการ 40 US 7 วันคิดค่าบริการ 60 US เมื่อถึงกบาลสะเปียน บริเวณเทือกเขากบาลสะเปียนจะต้องเดินขึ้นไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรซึ่งเป็นทางที่ต้องไต่เขาค่ะคุณควรเตรียมตัว เมื่อไปถึงคุณจะพบกับศิวลึงค์ที่ตั้งอยู่นับพันองค์ซึ่งจะอยู่ใกล้กับฐานโยนีที่อยู่ใต้พื้นฐานผิวน้ำ และอีกทั้งยังมีภาพสลักอยู่มากมาย เช่นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ พระพรหมสี่หน้า เป็นต้นซึ่งจะประทับอยู่บนปรางค์ปราสาท มีข้อสันนิฐานว่า กษัตริย์ในยุคนั้นต้องการจะสร้างตามความเชื่อตามคติของพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกายซึ่งนับถือพระศิวะ จึงมีการสลักศิวลึงค์และฐานโยนีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะและชายาไว้ใต้ผิวน้ำค่ะ ชื่นชมน้ำตกและลำธาร ภายในกบาลสะเบียนจะมีน้ำตกสายเล็กๆ และมีความสวยงามเป็นอย่างมากและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว และควรมาในช่วงปลายฝนต้นหนาวซึ่งจะมีน้ำมากกว่าฤดูอื่นๆ และถ้าต้องการเล่นน้ำก็ควรเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนด้วยเพราะคุณสามารถลงเล่นน้ำได้ด้วยอีกทั้งยังสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามอีกด้วย

6 ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นให้แปลกตา หรูหราและเปี่ยมด้วยบรรยากาศน่าผ่อนคลาย

ห้องนั่งเล่นบ้านของใครที่เต็มไปด้วยความราบเรียบธรรมดา คงถึงเวลาแล้วนะคะที่คุณจะลุกขึ้นมาปรับแต่งหรือออกแบบห้องนั่งเล่นให้เปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งความแปลกตา ทั้งดีไซน์และการตกแต่งอื่นๆ เพื่อให้ประหยัดทั้งพื้นที่มากขึ้น และยังสามารถขยับพื้นที่ใช้สอยในส่วนอื่นเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างสวยงามลงตัว และไอเดียที่เราหยิบมานำเสนอเหล่านี้ก็นับว่าเป็นไอเดียสุดเจิดที่คนรักการแต่งบ้านไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เอาล่ะ มาดูพร้อมๆ กันเลยนะคะ 1.ผสานพื้นที่ใช้สอยเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับใครที่ต้องการขยายพื้นที่ใช้สอยให้สุดคุ้มหรือขยับขยายพื้นที่อื่นๆ ให้เหลือเฟือมากขึ้น ลองใช้ไอเดียสร้างสรรค์ด้วยการรวมเอาห้องนั่งเล่นมาไว้เป็นส่วนเดียวกันกับส่วนอื่นๆ ภายในบ้านก็ได้ เช่น ยกเอาห้องอ่านหนังสือมาจัดให้เกิดการผสมผสานที่ลงตัวกับห้องนั่งเล่น รับรองค่ะว่าการผสมผสานแบบนี้จะทำให้เกิดมุมของห้องนั่งเล่นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น น่าทั้งนอนอ่านหนังสืออย่างเอกเขนกสุดแสนผ่อนคลาย และน่าพักผ่อนหย่อนใจในอิริยาบถเงียบเชียบดั่งใจได้เป็นอย่างดีทีเดียว 2.ดีไซน์แปลกตา อาจออกแบบห้องนั่งเล่นให้มีพื้นที่ต่ำกว่าระดับพื้นปกติสัก 2 – 3 ขั้นบันไดสิคะ ดีไซน์ห้องนั่งเล่นที่ถูกออกแบบมาอย่างแตกต่างแบบนี้จะให้ความแปลกใหม่และทำให้บรรยากาศของห้องนั่งเล่นน่าสนใจมากขึ้นทีเดียว แถมยังเหมาะสำหรับเป็นห้องรับรองแขกในตัวได้อย่างดีอีกด้วย 3.สร้างบรรยากาศความใกล้ชิดกันอย่างอบอุ่น ห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ที่ทุกคนในบ้านสามารถมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ พูดคุยกันและรองรับแขกที่มาเยือนได้อย่างดี และเพื่อให้การพบปะกันแวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอบอุ่น ทำให้เกิดช่วงเวลาสุดแสนพิเศษยิ่งขึ้น แนะนำให้จัดโซฟาหรือเก้าอี้นั่งต่างๆ ให้เชื่อมโยงเข้าถึงกัน เช่น อาจจัดโดยการหันหน้าเก้าอี้กัน เป็นต้น 4.ตั้งวางโซฟาให้ใกล้ชิดหน้าต่าง แสงจากธรรมชาติที่สาดส่องผ่านริมหน้าต่างจะสะท้อนกลิ่นอายอันแสบอบอุ่นมากขึ้น และทำให้ห้องนั่งเล่นเป็นมุมที่โปร่งโล่งเบาสบายมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น ควรตั้งโซฟาให้ใกล้ชิดกับหน้าต่างมากที่สุด ช่วงเวลาที่คุณนอนพักอิงพิงกายเอกเขนกอ่านหนังสือหรือจิบกาแฟ พร้อมกับมีแสงอ่อนๆ สาดแสงมาลูบไล้ผิวนั้นจะเป็นบรรยากาศที่มีเสน่ห์อย่างมากที่สุดเลยล่ะ นอกจากนี้ อย่าลืมเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีอ่อนนุ่มมาจัดวางให้เข้ากันด้วยนะคะ จะได้กลมกลืนเข้ากับแสงจากธรรมชาติและยังเพิ่มความเบาตามากขึ้นอีกด้วย 5.อินเทรนด์ด้วยการตกแต่งจากโคมไฟ โคมไฟจัดว่าเป็นของตกแต่งที่เพิ่มความงดงามของห้องนั่งเล่นได้ดีทีเดียว และปัจจุบันการนำโคมไฟมาตกแต่งยังเป็นไอเดียที่ได้รับความนิยมสุดๆ เพราะข้อดีที่คุณจะได้รับคือ มันสามารถให้ทั้งแสงสว่างและช่วยเพิ่มความสดใสภายในห้อง แนะนำให้ลองใช้โคมไฟหลายแบบมาใช้ตกแต่งดูค่ะ ไม่ว่าจะทั้งดีไซน์ […]

เทคนิคปรับแต่งห้องกินข้าวเล็กๆ ให้โปร่งกว้างมากขึ้น

ภายในบ้านทุกบ้านจะต้องมีห้องกินข้าวหรือมุมที่จัดสรรเป็นสัดส่วนสำหรับมุมนั่งกินข้าวนั่นเอง ซึ่งหลักๆ จะต้องมีโต๊ะรับประทานอาหารและเก้าอี้จัดเข้าชุดกันอย่างครบครัน แต่สำหรับบ้านของใครที่อยากมีมุมของการตั้งวางโต๊ะกินข้าว ทว่าหากมีปัญหาตรงที่พื้นที่บ้านเล็ก แคบทำให้ไม่เอื้ออำนวยในการตกแต่งมุมนี้ได้อย่างใจเท่าไรนัก วันนี้เรามาลองดูไอเดียการตกแต่งเพื่อจัดมุมห้องกินข้าวของคุณให้แลดูกว้างขวางขึ้นกันดีกว่า 1.ปกปิดสิ่งที่ไม่น่ามอง ภายในห้องกินข้าวเล็กๆ แคบๆ ของบ้านคุณนั้นหากมีภาพวิวทิวทัศน์ หรือภาพตกแต่งไม่สวยงาม มองดูแล้วทำให้บรรยากาศของการกินข้าวไม่อร่อยเอาเสียเลย แนะนำให้หาผ้ามาคลุมปกปิดเอาไว้ดีกว่าค่ะ รวมถึงของตกแต่งสีอ่อนๆ อย่างสีขาวหรือสีพาสเทลก็ด้วยเช่นกัน เทคนิคนี้จะช่วยปรับบรรยากาศของห้องกินข้าวให้พลอยมีบรรยากาศที่สวยงามและดูกว้างขวางมากขึ้นได้ 2.จัดเก็บของให้เป็นระเบียบ ห้องกินข้าวจะต้องมีข้าวของเครื่องใช้ภายในครัวด้วยกันหลายอย่าง เช่น กล่องใส่ของ ตะกร้าของกินหรือสิ่งของใช้อื่นๆ เราควรจัดเก็บให้เข้ารวมไว้ในที่เดียวกันค่ะ แล้วจัดเก็บเต้าตู้ให้เรียบร้อย สำหรับในส่วนของตู้เก็บของนั้นก็ควรแบ่งพื้นที่เพื่อเก็บแยกสิ่งต่างๆ ไว้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อให้สะดวกต่อการหยิบใช้งาน 3.สร้างความกลมกลืนด้วยสีเดียวกับผนัง การตกแต่งห้องกินข้าวด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีสดใสที่มีความแตกต่างจากสีผนัง จริงอยู่ที่มันจจะทำให้ห้องกินข้าวดูสวยงามมากขึ้น แต่มันกลับทำให้ห้องนั้นๆ ดูแคบลงไปถนัดตาเลยล่ะ ดังนั้น หากคุณต้องการเนรมิตห้องกินข้าวให้แลดูกว้างขวางอย่างใจต้องการล่ะก็ แนะนำให้หันมาใช้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่มีสีเดียวกันกับสีผนังจะดีกว่าค่ะ เพราะจะได้เกิดความกลืมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งหมดนั่นเอง 4.ตกแต่งด้วยภาพหรือสิ่งของสวยงามสบายตาแบบน้อยชิ้น เพราะห้องกินข้าวคือ ห้องอาหารที่เรามีไว้สำหรับนั่งรับประทานอาหารด้วยกันทั้งครอบครัว ทั้งยังเป็นห้องรับรองแขกเมื่อแขกเดินทางมาทานอาหารที่บ้านร่วมกันได้อีกด้วย สำหรับการตกแต่งห้องครัวนั้น ไม่แนะนำให้ตกแต่งด้วยสิ่งของมากมายหลายชิ้นจนเพิ่มสีสันและความรกระเกะระกะให้รู้สึกไม่สบายตา โดยควรตกแต่งด้วยภาพศิลปะบนผนังที่ไม่ใช่ภาพเล็กหรือกว้างใหญ่เกินไป สีสันของภาพอาจจะเน้นสะท้อนถึงภาพของอาหารที่มีหน้าตาน่ารับประทานหรือภาพดอกไม้สวยๆ สีสันอ่อนหวาน เพื่อฉุดดึงอารมณ์ให้อยากทานอาหารมากขึ้น พร้อมกันนี้ บนโต๊ะอาหารควรตั้งแจกันดอกไม้ประดับที่ไม่ใหญ่เทอะทะเกินไป อาจจะมีดอกไม้ปักแจกันเพียง 1 – 3 ดอกในแจกันโปร่งใสบางเบาก็ได้ แนะนำให้ใช้แจกันที่สะท้อนแสงแบบโปร่งๆ สบายตาหรือแบบใสๆ […]

ตกแต่งห้องนั่งเล่นแคบให้กว้างขึ้นง่ายๆ ท่ามกลางพื้นที่ใช้สอยเท่าเดิม

แม้ว่าคุณจะมีบ้านหลังเล็กๆ ไม่ได้มีพื้นที่ภายในห้องที่กว้างขวางยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าพื้นที่บ้านเล็กก็ย่อมทำให้ห้องรับแขกพลอยมีขนาดเล็กตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณรู้จักการปรับแต่งพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสมลงตัว ก็สามารถขยับความกว้างของพื้นที่ให้แลดูดี ดูสบายตาและไม่รกได้นะคะ ซึ่งทั้งหมดนี้ คุณไม่ต้องต่อเติมพื้นที่ห้องเพิ่มให้ยุ่งยากวุ่นวายเลย วันนี้เราก็ไม่พลาดอีกเช่นเคย กับการนำเอาไอเดียการตกแต่งห้องรับแขกที่มีพื้นที่ขนาดเล็กมาฝาก รับรองจะช่วยขับความแคบเล็กๆ ให้แลดูกว้างในความรู้สึกได้ทันตาแน่นอน ตามมาดูกันเลยนะคะ พรางด้วยลายขวาง การใช้ลายขวางในการตกแต่งห้องรับแขกนั้นเป็นไอเดียที่ดีมากทีเดียวเพราะมันจะช่วยพรางตาได้นั่นเอง และยังทำให้พื้นที่เล็กๆ ของห้องแลดูกว้างขวางมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน หากคุณพรางตาด้วยลายขวางแนวตั้งก็จะทำให้ห้องเกิดความสูงโปร่งมากขึ้น แต่การใช้ลายขวางแนวนอนยิ่งแต่จะทำให้ขนาดของห้องกว้างขึ้นได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม การตกแต่งห้องด้วยลายขวาง ไม่ได้หมายถึงคุณจะต้องทาสีบนผนังให้เป็นลายขวางแต่เพียงอย่างเดียวเสมอไปนะคะ เพราะเรายังรวมไปจนถึงการตกแต่งลายทางอย่างเช่น โซฟา พรมและของใช้อื่นๆ ร่วมด้วยนั่นเอง ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแนวตั้ง นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ห้องของคุณแลดูกว้างมากขึ้นได้ค่ะ โดยหันมาใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีความสูงและบรรจุสิ่งของต่างๆ ได้เยอะแทน วิธีนี้จะทำให้เหลือพื้นที่เพิ่มขึ้น หรืออาจจะใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหรือของแต่งบ้านแบบติดฝาผนังแทนก็ได้เช่นกัน อย่างเช่น ชั้นวางของหรือโต๊ะที่สามารถพับเก็บบนผนังได้ เป็นต้น เฟอร์นิเจอร์ควรมีขนาดพอดีกับพื้นที่ การขนาดของเฟอร์นิเจอร์ให้เล็กลงหรือใช้ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ให้พอดีกับพื้นที่ก็จะทำให้มีพื้นที่เหลือใช้ และพื้นที่นั้นเองที่จะช่วยขยับขยายทำให้ห้องนั่งเล่นดูกว้างขวางขึ้น แถมยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้โดยที่ไม่ต้องตกแต่งปรับปรุงอะไรเพิ่มอีกเลย หากในทางกลับกัน การที่คุณเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่ได้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ของห้องรับแขกก็ย่อมทำให้ห้องนั้นดูเล็ก รกและแคบลงไปพริบตาและยังสูญเสียพื้นที่ในการทำประโยชน์หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ไปอย่างน่าเสียดายด้วยค่ะ จัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ จัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อย่างเช่น ของกระจุกกระจิกก็ควรเก็บไว้ภายในตู้เก็บแบบมิดชิดและควรเป็นตู้เก็บของที่สามารถเปิด – ปิดได้อย่างสะดวก เพราะหากปล่อยวางเอาไว้ระเกะระกะต่อให้คุณวางเก็บเป็นระเบียบมันก็รู้สึกรกตาและทำให้ห้องแคบได้อยู่ดี นอกจากนี้ เครื่องใช้ตกแต่งอย่างโทรทัศน์และเครื่องเสียง […]

5 มนต์เสน่ห์จากการแต่งบ้านด้วยโทนสีม่วง

ไอเดียการแต่งบ้านต่างๆ มักมาพร้อมการเลือกใช้โทนสีของห้องด้วยเสมอ และวันนี้เราก็จะมาเอาใจคนรักสีม่วงเป็นชีวิตจิตใจ เชื่อว่าการแต่งบ้านหากให้ทาสีม่วงคงมีน้อยคนแน่ที่จะคิดมาถึงสีนี้ แต่สำหรับคอสีม่วงล่ะก็เป็นต้องไม่อยากพลาดแน่นอน เพราะสีม่วงนั้นเป็นสีที่มีนิยามดีทีเดียว เนื่องจากเป็นเฉดสีที่มีความนุ่มลึกและแอบซ่อนไปด้วยมนต์เสน่ห์อย่างน่าหลงใหล นอกจากนี้ ยังเป็นตัวแทนความหรูหรามั่งคั่งตั้งแต่ในสมัยจักรพรรดิโรมันแล้ว ทว่าปัจจุบันก็ยังมีหลายคนที่ไม่นิยมนำสีม่วงมาใช้ตกแต่งบ้านเท่าไรนัก แต่หากคุณจะลองปรับความคิดใหม่คุณอาจตกหลุมรักเสน่ห์ของการตกแต่งบ้านด้วยสีม่วงก็เป็นได้นะคะ เพราะสีนี้ไม่ใช่สีที่สะท้อนความทึบอึมครึมและให้อารมณ์ที่หนักแน่นเสมอไปเมื่อไร เนื่องจากสีม่วงมีให้เลือกใช้ด้วยกันหลายเฉดสี และหากคุณทำตามคำแนะนำจากเราดังนี้ คุณจะได้ห้องโทนสีสวยๆ อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว สร้างบรรยากาศได้อย่างหรูหราคลาสสิก จริงอยู่ที่สีม่วงสะท้อนความมืดทึบอึมครึม แต่หากเรารู้จักหยิบมาใช้ก็สามารถเผยให้เห็นถึงเฉดสีที่ส่องสว่างไร้ความหมองหม่นได้เช่นกัน เนื่องจากเราสามารถใช้ความเข้มของสีม่วงมาจับคู่ให้เข้ากันกับสีโทนสว่าง เช่น อาจทาสีผนังสีม่วงแล้วแมทช์กันด้วยสีม่วงชิ้นเล็กๆ สัก 1 – 2 ชิ้น สำหรับพื้นที่อื่นๆ ในส่วนที่เหลือนั้นก็ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีสว่าง และสามารถแต่งเติมสีเงินวาววับเพื่อช่วยดึงดูดเสน่ห์และสะท้อนกลิ่นอายหวานๆ สไตล์ผู้หญิงมากขึ้นได้ด้วย จับคู่ 2 สิ่งที่ให้เข้ากัน อาจกลายเป็นเรื่องยุ่งยากวุ่นวายอยู่บ้างหากจะต้องตกแต่งสีม่วงภายในพื้นที่ใหญ่ๆ แนวทางแก้ปัญหานี้ก็คือ ให้คุณเลือกใช้แค่ 2 สิ่งที่เป็นสีม่วงก็พอค่ะ เช่น ใช้ที่นั่งสีม่วง 2 ชิ้นให้แมทช์เข้ากันกับห้องสีเทาหรืออาจหันมาจับคู่โคมไฟและโซฟาสีม่วงเพื่อให้เข้ากันกับการตกแต่งห้องในโทนสีสว่าง ทั้งหมดนี้.. ก็จะทำให้พื้นที่ที่เหลือภายในห้องตกอยู่ท่ามกลางมนต์เสน่ห์ของสีม่วงได้อย่างลงตัวแล้วค่ะ ตกแต่งด้วยเฉดสีที่สะท้อนลุคธรรมชาติ มนต์เสน่ห์ความเป็นสีม่วงนั้นช่วยสร้างบรรยากาศของการพักผ่อนให้ผ่อนคลายได้เสมอ หากคุณรู้จักผสมผสานให้กลมกลืมกับโทนสีธรรมชาติ อาจเลือกสีม่วงที่ผสมผสานกับสีอื่นเพื่อลดทอนความรุนแรงของโทนและเฉดสีเข้มๆ ให้เจือจางอ่อนลง ความหนักอึ้งทั้งหมดก็จะจางหายไปในความรู้สึกได้มากยิ่งขึ้นแล้ว อย่างเช่น คุณอาจจะใช้สีม่วงที่มีผสมออกมาเป็นสีเบจหรือสีเทาก็ได้ เท่านี้ก็จะได้บรรยากาศของผนังห้องที่น่าผ่อนคลาย ให้อารมณ์อบอุ่นซอล์ฟลงมามากขึ้น […]

ไอเดีย 10 แบบที่จะช่วยเนรมิตห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นห้องรับแขกในตัว

โดยปกติแล้ว ห้องนั่งเล่นของทุกบ้านสามารถเนรมิตให้กลายเป็นห้องรับรองแขกในเวลาเดียวกันได้ เพียงแค่เรารู้จักแต่งเติมหรือปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นอย่างให้เกิดความลงตัวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ห้องนั่งเล่นธรรมดาก็จะกลายเป็นห้องรับแขกในตัวที่มีมิติใหม่สะดุดตาและน่าเข้ามานอนพักเอกเขนกสบายๆ ในวันหยุดพักผ่อน ท่ามกลางความสุขมากขึ้นแล้ว และเมื่อไรที่แขกมาเยี่ยมเยือน ห้องๆ นี้ก็พร้อมอ้าแขนต้อนรับแขกให้มานั่งสนทนาทายทักกันได้แทบไม่ต้องตระเตรียมพื้นที่รับแขกใดให้วุ่นวายอีกเลยค่ะ เพราะฉะนั้น เรามาดูลิสต์ 10 อย่างที่จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องนั่งเล่นให้สวยตรงใจมากขึ้นพร้อมกันเลยนะคะ 1.ชั้นวางหนังสือ นำตู้หรือชั้นวางหนังสือเก๋ๆ มาตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นมุมใดมุนหนึ่ง เก็บสะสมหนังสือดีไซน์สวย จัดเรียงตั้งแต่หนังสือเล่มโปรดของคุณกระทั่งหนังสือที่น่าสนใจเอาไว้ แค่สีสันของสันตรงหนังสือที่สลับเรียงกันอย่างละลานตาก็จะช่วยสร้างบรรยากาศของห้องนั่งเล่นไม่ให้เหงาอีกต่อไปแล้วค่ะ 2.โต๊ะวางของ โต๊ะที่ตั้งตรงกลางหน้าโซฟาเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างยิ่ง คุณควรจัดเก็บข้าวของบนโต๊ะนั้นดีๆ ไม่ให้มีสิ่งของมากมายวางระเกะระสายตา เมื่อจัดสิ่งของบนโต๊ะอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็นำแจกันดอกไม้สวยๆ มาตั้งวาง อาจจะมีถาดสวยๆ พร้อมหนังสือเล่มโปรดที่คุณชอบด้วยก็ได้ เพียงเท่านี้โต๊ะรับแขกกลางโซฟาก็จะมีสีสันโดดเด่นและเติมมนต์เสน่ห์ให้ห้องนั่งเล่นสวยพริบตาได้แล้วค่ะ 3.หน้าต่าง หน้าต่างที่เปิดรับแสงแดดและสายลมสาดส่องเข้ามา เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ไม่ควรปล่อยให้ว่างเปล่าเกินไป หาม่านสีสันสวยๆ เข้ากับโทนของการแต่งห้องมาติดสิคะ หรืออาจจะนำลูกเล่นอื่นๆ มาประดับตกแต่งเพิ่มเติม ก็จะช่วยสร้างเสน่ห์ให้ห้องนั่งเล่นของคุณสวยน่าอยู่มากขึ้นได้แล้ว 4.เพิ่มสีสันให้โดดเด่น การที่เราสร้างความปลอดภัยด้วยการใช้ของใช้ชิ้นใหญ่ในโทนสีอ่อนนั้นย่อมเป็นสิ่งดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของชิ้นเล็กๆ เราจะไม่สามารถเลือกใช้สีสันเด่นๆ ได้ อย่างเช่นหมอนอิงหรือของกระจุกกระจิกอื่นๆ ที่น่ารัก ลองเลือกหาแบบที่มีสีสันสวยเด่นสดใสมาใช้สิคะ แค่นี้ก็จะช่วยปรับเปลี่ยนห้องนั่งเล่นสีอ่อนของคุณให้สีชีวิตชีวาทันตาได้แล้ว 5.ทาสีผนัง ผนังสีอ่อนหรือสีพื้นขาวๆ แบบที่เคยเป็นนั้นอาจจะทำให้ห้องนั่งเล่นจืดชืด ไร้สีสันสวยๆ ลองฉีกกฏความจำเจนั้นด้วยการทาสีผนังใหม่กันดีกว่า อาจจะทาสีผนังอีกด้านด้วยสีเข้ม อีกด้านสีอ่อน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยขับเฟอร์นิเจอร์ที่ตั้งโชว์ให้โดดเด่นสวยมากขึ้นได้แล้ว และยังกลายเป็นการสร้างอาณาจักรเล็กๆ […]